ระเบียบการขอทุนและเบิกเงินสนับสนุนการวิจัย (สำหรับแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ประจำบ้านต่อยอด กอง/ภาควิชากุมารฯ)


ระเบียบการขอทุนและเบิกเงินสนับสนุนการวิจัย
กองกุมารเวชกรรมและภาควิชากุมารเวชศาสตร์
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

(แก้ไขเพิ่มเติม เมย. 2554)

ข้อกำหนดในการพิจารณาทุนสนับสนุนการวิจัย

1. คุณสมบัติของผู้ขอทุน

1.1 เป็นแพทย์ประจำบ้านหรือแพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขากุมารเวชศาสตร์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ที่อยู่ในระหว่างการฝึกศึกษา ณ กกว./ภกม.
1.2 มีโครงการวิจัยซึ่งผ่านการอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ. แล้ว
1.3 สำหรับแพทย์ประจำบ้านซึ่งทำงานวิจัยเพื่อการสอบวุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ งานวิจัยที่ขอทุนจะต้องแจ้งต่อประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัย กองกุมารเวชกรรมฯ เพื่ออนุมัติหัวข้อเรื่องและรูปแบบการวิจัยก่อนแล้ว

2. ข้อกำหนดการใช้เงินทุน

2.1 กำหนดวงเงินสนับสนุนในแต่ละปีการศึกษา (นับจาก 1 มิถุนายน ถึง 31 พฤษภาคม ของทุกปี) ไม่เกินปีละ 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
2.2 เงินสนับสนุนไม่เกินงานวิจัยละ 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

วิธีการดำเนินงาน

1. วิธีการขอทุน

ผู้ขอทุนทำหนังสือขอรับการสนับสนุนถึงประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัย กองกุมารเวชกรรมฯ หลังจากโครงร่างการวิจัยได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ วิจัย พบ.แล้วโดยเร็วที่สุด และต้องไม่ช้ากว่าเดือนมกราคมของปีที่จบการฝึกอบรม และแนบเอกสารดังนี้

1.1 สำเนาโครงร่างการวิจัยที่ได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ. จำนวน 1 ชุด
1.2 สำเนาหนังสือตอบรับ “อนุมัติ” จากคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ. จำนวน 1 ชุด
1.3 ในกรณีที่งานวิจัยเสร็จสิ้นแล้วให้ส่งสำเนารายงานสรุปผลการวิจัย (ตามแบบเอกสาร RF 16 ของคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ) จำนวน 1 ชุด สำเนานิพนธ์ต้นฉบับหรือสำเนาวิทยานิพนธ์ จำนวน 1 ชุด และหลักฐานการใช้จ่ายเงิน เช่น ใบสำคัญรับเงิน ใบเสร็จค่าใช้จ่าย ฯลฯ แก่คณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัย กองกุมารเวชกรรมฯ

2. ขั้นตอนการพิจารณาและอนุมัติทุน

2.1 คณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยฯ ประชุมเพื่อพิจารณาทุนตามวงรอบที่เหมาะสม โดยให้พิจารณาตามวงเงินที่จ่ายจริงหรือที่ร้องขอ แต่ไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ต่อหนึ่งโครงการวิจัย โดยมีหลักการพิจารณาคือ
2.1.1 ค่าใช้จ่ายด้านคุรุภัณฑ์ไม่เกินงานละ 3,000 บาท
2.1.2 ค่าใช้จ่ายด้านการวิเคราะห์สถิติไม่เกินงานละ 3,000 บาท
2.1.3 เงินตอบแทนแก่อาสาสมัครหรือกลุ่มตัวอย่างวิจัย (รวมทั้งค่าตอบแทน ค่าเสียเวลา ค่าเดินทาง และเงินชดเชยอื่นๆ) ไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ
2.1.4 ค่าใช้จ่ายใดๆที่ผู้ขอทุนได้จ่ายไปก่อนได้รับอนุมัติเงินทุนสนับสนุนไม่ถือเป็นข้อพิจารณาในการอนุมัติวงเงินวิจัยนั้น
2.2 ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยฯ นำผลการพิจารณาส่งให้คณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัย กองกุมารเวชกรรม เพื่อขออนุมัติต่อไป
2.3 ผู้ขอทุนต้องพร้อมให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยฯ ตรวจสอบการทำงานและผลงานการวิจัยตามที่ได้รับการร้องขอ

3. การจ่ายเงินทุน

3.1 การจ่ายเงินทุนจะจ่ายเมื่องานวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว เป็นจำนวนตามที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัย กองกุมารเวชกรรม โดยจะต้องมีหลักฐานครบตาม 1.1-1.3
3.2 หากงานวิจัยใดที่ผู้ขอทุนต้องการเงินทุนก่อนการวิจัยเสร็จสิ้น อาจพิจารณาเบิกจ่ายครึ่งหนึ่งได้ก่อน และเบิกจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อเสร็จงานวิจัยแล้ว โดยผู้ขอทุนต้องทำบันทึกข้อความร้องขอพร้อมชี้แจงเหตุผลต่อประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยฯ เพื่อพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ โดยต้องมีหลักฐานครบตาม 1.1 และ 1.2 พร้อมกับสำเนารายงานความก้าวหน้าของการวิจัย (ตามแบบเอกสาร RF 14 ของคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ) เมื่อประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัยฯ เห็นสมควรแล้ว ให้แจ้งต่อคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัยฯ เพื่ออนุมัติต่อไป
3.3 เงินที่จ่ายให้จ่ายเป็นเงินสดให้กับผู้ขอทุนวิจัยโดยตรงเท่านั้น

4. การระงับการให้ทุน

คณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัย กองกุมารเวชกรรมฯ มีสิทธิระงับการให้ทุนทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้าเห็นว่าผู้ขอทุนกระทำความผิดทางจริยธรรม ได้แก่
• มีการเบี่ยงเบนงานวิจัยที่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออาสาสมัครที่เข้าร่วมในการวิจัย
• ไม่ส่งรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรง รายงานการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานความก้าวหน้า และรายงานสรุปผลการวิจัย แก่คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการวิจัย พบ.
• ทุจริต แก้ไข หรือ เบี่ยงเบนผลงานวิจัย
ทั้งนี้การพิจารณาระงับการให้ทุนจะกระทำโดยผ่านที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัย กองกุมารเวชกรรมฯ

ระเบียบนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป