ระเบียบเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. 2546

วิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้านกุมารฯแพทย์ประจำบ้านกุมารฯ กรุุณาอ่านรายละเอียดของระเบียบเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับการสอบวุฒิบัตรฯ ของแพทย์ประจำบ้านทุกคน ดังนี้

ระเบียบเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. 2546

ข้อ 1. ระเบียบนี้ ชื่อว่า “ระเบียบเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. 2546”

ข้อ 2. ให้ใช้ระเบียบนี้สำหรับผู้เริ่มรับการฝึกอบรม ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2546 เป็นต้นไป ดังนั้นจึงจะมีผลให้วิทยานิพนธ์ของแพทย์ประจำบ้านที่ยื่นขอสอบเพื่อวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ ปีการศึกษา 2548 ต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้

ข้อ 3. ในระเบียบนี้
อฝส.กุมาร ฯ หมายถึง คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารเวชศาสตร์
อกก.พว. หมายถึง คณะอนุกรรมการพิจารณาวิทยานิพนธ์แพทย์ประจำบ้านกุมารเวชศาสตร์ในคณะอนุกรรมการ ฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารเวชศาสตร์
ว.ว. กุมาร ฯ หมายถึง วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ออกให้โดยแพทยสภา
อ.ว. กุมาร ฯ หมายถึง หนังสืออนุมัติเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขากุมารเวชศาสตร์ออกให้โดยแพทยสภา
แพทย์ประจำบ้าน หมายถึง แพทย์ประจำบ้านสังกัดสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ ที่
(พ.ป.) แพทยสภารับรองรวมทั้งแพทย์เฉพาะทางอื่นๆ ที่มีสิทธิ์ยื่นขอสอบ เพื่อ ว.ว. กุมารฯ หรือ อ.ว. กุมารฯ
วิทยานิพนธ์ หมายถึง วิทยานิพนธ์ของ พ.ป. ที่ใช้ยื่นเพื่อประกอบสิทธิ์การขอสอบเพื่อ ว.ว. กุมารฯ
หัวหน้าสถาบัน หมายถึง ผู้อำนวยการสถาบันที่ พ.ป. สังกัดอยู่ หรือ หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้อำนวยการกองกุมารเวชกรรม หัวหน้าแผนกกุมารเวชศาสตร์ หรือ ตำแหน่งอื่นใดที่หมายถึงหัวหน้าหน่วยงานด้านกุมารเวชศาสตร์
ผู้แทนสถาบัน หมายถึง อนุกรรมการตัวแทนของสถาบันใน อกก.พว. ซึ่งในการประชุม อกก.พว.ได้ตกลงให้อนุกรรมการผู้นั้นเป็นผู้แทนสถาบัน
ปีการศึกษา หมายถึง ปีการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน นับจากวันแรกที่เริ่มเข้าโปรแกรมการฝึกอบรมไปจนครบ 1 ปี ซึ่งปัจจุบันนับจาก 1 มิถุนายน ถึง 31 พฤษภาคม ของปีถัดไป

ข้อ 4. แพทย์ประจำบ้านทุกคนต้องทำวิทยานิพนธ์ อย่างน้อยคนละ 1 เรื่อง จะร่วมกันทำเรื่องละ 2-3 คน ไม่ได้ และวิทยานิพนธ์นั้น ต้องได้รับการประเมินผลให้ผ่าน โดยอาจารย์ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก อกก.พว. เชิญให้เป็นผู้พิจารณา อย่างน้อย 2 ท่าน จึงจะมีสิทธิ์ยื่นสมัครสอบเพื่อ ว.ว. กุมาร ฯ

ข้อ 5. แพทย์ประจำบ้านผู้ทำวิทยานิพนธ์ ต้องลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์ต่อหัวหน้าสถาบันที่ตนรับการฝึกอบรม และเมื่อแพทย์ประจำบ้านเลือกเรื่องที่จะเขียนหรือทำการวิจัย และได้แนวทางการศึกษาค้นคว้าที่แน่นอนแล้ว ให้ปรึกษาขอความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาในด้านหัวข้อเรื่อง แนวทางการศึกษาวิจัยและเลือกผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์

ข้อ 6. ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ ควรจะเป็นอาจารย์ประจำของภาควิชากุมารเวชศาสตร์ หรือสถาบันที่ตนรับการฝึกอบรม ที่ได้รับ ว.ว. กุมาร ฯ หรือ อ.ว.กุมาร ฯ หรือเทียบเท่า มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

ข้อ 7. คณะอนุกรรมการผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ที่ อกก.พว.รับรอง คือ ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ 1 ท่าน และผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ อีก 2 ท่าน ซึ่งใน 2 ท่าน นี้ ต้องอยู่นอกสถาบัน ที่ พ.ป.นั้นสังกัดอยู่ อย่างน้อย 1 ท่าน

ข้อ 8. ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ต้องได้ ว.ว. กุมาร ฯ อ.ว.กุมาร ฯ หรือวุฒิอื่นทางกุมารเวชศาสตร์ ที่เทียบเท่า ว.ว. กุมาร ฯ มาแล้ว

ข้อ 9. ในกรณีที่คุณสมบัติของผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ หรือผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ไม่เป็นไปตาม ข้อ 7 หรือ ข้อ 8 ให้ผู้แทนสถาบัน หรือ หัวหน้าสถาบันทำเรื่องเสนอ เลขานุการ อกก.พว. ให้นำเรื่องเข้าที่ประชุม อกก.พว. เพื่ออนุมัติเป็น รายๆ ไป

ข้อ 10. แพทย์ประจำบ้านต้องดำเนินการจัดทำโครงร่างวิทยานิพนธ์ (Research proposal) ภายใต้คำแนะนำของผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากหัวหน้าสถาบัน หรือคณะอนุกรรมการวิทยานิพนธ์ ของสถาบันฝึกอบรมนั้นๆ

ข้อ 11. เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงทำและเขียนวิทยานิพนธ์ ภายใต้ความควบคุมของผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ หากผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ท่านใดมีสังกัดอยู่นอกสถาบัน หรือภาควิชาที่แพทย์ประจำบ้านรับการฝึกอบรม หัวหน้าสถาบันจะต้องมีหนังสือขออนุมัติผู้บังคับบัญชาของผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ท่านนั้น พร้อมทั้งหนังสือเชิญไปยังผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ท่านนั้นด้วย ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ทุกท่านสามารถสละเวลาควบคุมการทำวิทยานิพนธ์ของแพทย์ประจำบ้านได้อย่างเต็มที่

ข้อ 12. หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์ หรือผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์และวิทยานิพนธ์หลังจากที่ได้รับอนุมัติแล้ว แพทย์ประจำบ้านจะต้องยื่นคำร้องโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ ขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงต่อหัวหน้าสถาบันที่ตนรับการฝึกอบรมเพื่อแจ้ง เลขานุการ อกก.พว. นำเรื่องเข้าที่ประชุม อกก.พว. พิจารณาอนุมัติ ต่อไป

ข้อ 13. งานวิทยานิพนธ์แบ่งออกได้เป็น
13.1 ประเภทรายงานผู้ป่วย (Report case) จะต้องมี review literature เกี่ยวกับเรื่องนั้น
13.2 ประเภทงานวิจัย
13.2.1 การวิจัยทางคลินิกทั้งแบบ case series, clinical trial, prospective studies, observational studies
13.2.2 การวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข
13.2.3 การวิจัยด้านการให้บริการทางการแพทย์ เช่นเรื่องที่เกี่ยวกับ hospital accreditation
13.2.4 การวิจัยทางด้านแพทยศาสตร์ศึกษา

ข้อ 14. แพทย์ประจำบ้านต้องแจ้ง
14.1 ชื่อ นามสกุล ของแพทย์ประจำบ้านผู้ทำวิทยานิพนธ์
14.2 ชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์ ภาษาไทย
14.3 ชื่อเรื่อง วิทยานิพนธ์ ภาษาอังกฤษ
14.4 ชื่อผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์
14.5 ชื่อผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ทั้ง 3 ท่าน
ให้ เลขานุการ อกก.พว. ทราบโดยผ่านทางผู้แทนสถาบัน หรือหัวหน้าสถาบัน ภายในวันที่ 31 สิงหาคม ของปีการศึกษาที่ตนจะยื่นสมัครสอบ ว.ว.กุมาร ฯ ในกรณีที่ ยังไม่อาจหาผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ตามข้อ 14.5 ได้ อาจจะขอให้ที่ประชุม อกก.พว. กำหนดผู้ตรวจที่เหมาะสมให้ก็ได้

ข้อ 15. เมื่อได้ข้อมูลตาม ข้อ 14 ยกเว้น 14.5 ครบถ้วนแล้ว ให้เลขานุการ อกก.พว. เรียกประชุม อกก.พว. ภายในเดือนกันยายน เพื่อพิจารณารับรองหรือจัดผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ให้ผู้ที่ขอร้อง

ข้อ 16. ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ หรือ หัวหน้าสถาบัน มีหน้าที่ ทาบทาม ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ทั้งในและนอกสถาบัน ทั้งนี้ควรทาบทามให้เสร็จสิ้นและผู้ตรวจตอบตกลงก่อนการประชุมพิจารณารับรอง ของ อกก.พว. แต่ในกรณีที่จำเป็นอาจจะทาบทามหลังการประชุม อกก.พว.ก็ได้

ข้อ 17. เมื่อทราบจำนวนวิทยานิพนธ์ และผู้ตรวจที่สังกัดสถาบันต่างๆ แล้ว เลขานุการ อกก.พว. ต้องเตรียมใบประเมินผลและใบเชิญเป็นผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ตามจำนวนผู้ตรวจที่สังกัดแต่ละสถาบัน ให้ครบถ้วนส่งมอบให้ผู้แทนสถาบันเพื่อเตรียมแนบกับวิทยานิพนธ์ที่อาจารย์ในสถาบันนั้นรับตรวจ และส่งให้กับอาจารย์ผู้ตรวจต่อไป

ข้อ 18. แพทย์ประจำบ้านต้องส่งวิทยานิพนธ์ฉบับร่าง (Draft) ให้หัวหน้าสถาบันหรืออาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์พิจารณาชั้นหนึ่งก่อนแล้วจึงส่งให้อาจารย์ผู้ตรวจ ตรวจ

ข้อ 19. แพทย์ประจำบ้านต้องส่งวิทยานิพนธ์ฉบับร่าง จำนวน 3 ฉบับ ให้ผู้แทนสถาบันที่ตนสังกัด ห้ามส่งโดยตรง ไปยังอาจารย์ผู้ตรวจ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ของปีการศึกษษที่ตนจะยื่นสมัครสอบ ว.ว. กุมาร ฯ

ข้อ 20. เมื่อผู้แทนสถาบันที่แพทย์ประจำบ้านสังกัดได้รับ draft แล้วให้รวบรวมแยกจัดส่งไปยังผู้แทนสถาบันที่อาจารย์ผู้ตรวจสังกัดอยู่โดยเร็ว โดยไม่ต้องส่งใบเชิญเป็นผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ และ ใบประเมินไป เพราะเอกสารทั้งหมดเตรียมไว้ที่ผู้แทนสถาบันที่อาจารย์ผู้ตรวจสังกัดอยู่แล้ว

ข้อ 21. เมื่อผู้แทนสถาบันที่อาจารย์ผู้ตรวจสังกัดอยู่ได้รับ draft แล้ว ให้ส่ง draft พร้อมทั้งใบเชิญเป็นผู้ตรวจและใบประเมินวิทยานิพนธ์ให้แก่อาจารย์ผู้ตรวจ พร้อมทั้งขอร้องให้ประเมินให้เสร็จ ก่อนวันที่ 14 มกราคม (45 วัน หลัง พ.ป. ส่งวิทยานิพนธ์) โดยให้ส่งผลการประเมินให้ผู้แทนสถาบัน หรือหัวหน้าสถาบัน ในกรณีที่สถาบันนั้น ไม่มีผู้แทน ใน อกก.พว.

ข้อ 22. ในกรณีที่ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ต้องการให้แก้ไข และจะพิจารณาใหม่หลังการแก้ไข ให้ พ.ป. จัดการแก้ไข และติดต่อกับอาจารย์ผู้ตรวจเพื่อให้ได้รับใบประเมินผล ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ (1 เดือน)

ข้อ 23. ในกรณีที่ความเห็นของอาจารย์ผู้ตรวจขัดแย้งกัน ให้แพทย์ประจำบ้านติดต่อให้อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ประสานหาข้อยุติ ที่ยอมรับได้ทุกฝ่ายถ้าไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ผู้ควบคุมตัดสิน

ข้อ 24. เมื่อผู้แทนสถาบันได้รับใบประเมินผลของแพทย์ประจำบ้านแล้วให้แยกใบประเมินที่อาจารย์ในสถาบันของตนตรวจให้แพทย์ประจำบ้านสถาบันอื่นส่งให้แก่ผู้แทนสถาบันที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

ข้อ 25. เมื่อผู้แทนสถาบัน หรือหัวหน้าสถาบันได้รับผลการประเมิน ทั้งจากสถาบันของตนเอง และจากต่างสถาบันแล้ว ให้สำเนาส่ง เลขานุการ อกก.พว. 1 ชุด เพื่อเตรียม ออกหนังสือรับรองผลการตรวจวิทยานิพนธ์ต่อไป ในกรณีที่อาจารย์ผู้ตรวจขอพิจารณาใหม่หลังแก้ไข ให้รีบแจ้งให้แพทย์ประจำบ้านทราบและสำเนาให้เลขา อกก. พว. ทราบโดยเร็ว

ข้อ 26. การตัดสินให้วิทยานิพนธ์ผ่าน ควรมีมติเป็นเอกฉันท์ แต่ถ้าผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ไม่สามารถประสานความเห็นให้เป็นเอกฉันท์ตามข้อ 23 ได้ ให้ถือเสียงข้างมาก (2 ใน 3) เป็นเกณฑ์ตัดสิน

ข้อ 27. ในกรณีที่ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ให้ผ่านโดยแก้ไขตามคำแนะนำ และไม่ขอตรวจซ้ำหลังแก้ไข ให้เป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ ควบคุมดูแลให้ พ.ป. แก้ไขให้เรียบร้อย

ข้อ 28. ให้ประธาน อกก.พว. ออกหนังสือรับรองการตรวจวิทยานิพนธ์ที่ได้รับผลการประเมินว่าผ่าน เพื่อให้ พ.ป. นำไปประกอบการยื่นสมัครสอบเพื่อ ว.ว. กุมาร ฯ ต่อไป

ข้อ 29. แพทย์ประจำบ้านต้องส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ที่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว พิมพ์ตามรูปแบบที่กำหนด จำนวน 1 ชุด พร้อมทั้ง diskette หรือ C.D. ที่มี file ข้อมูลวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ 1 แผ่น ให้แก่ผู้แทนสถาบัน หรือหัวหน้าสถาบันแล้วแต่กรณี เพื่อส่งมอบให้แก่เลขานุการ อกก. พว. ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมของปีที่สอบ

ข้อ 30. วิทยานิพนธ์ที่ส่งตามข้อ 29 ต้องมีลายเซ็นของ พ.ป. ผู้ทำวิทยานิพนธ์ อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ ที่เซ็นเพื่อรับรองว่าแพทย์ประจำบ้านได้แก้ไขตามที่ผู้ตรวจแนะนำมาเรียบร้อยแล้ว ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ และหัวหน้าสถาบัน

ข้อ 31. การเซ็นชื่อตาม ข้อ 30 หลังจากอาจารย์ผู้ควบคุมเซ็นชื่อแล้ว แพทย์ประจำบ้านอาจส่งใบเซ็นชื่อทางไปรษณีย์ให้ผู้แทนสถาบันนำไปให้อาจารย์ผู้ตรวจในสถาบันของตนเซ็นชื่อ และส่งกลับให้ทางไปรษณีย์ก็ได้

ข้อ 32. การเรียงลำดับชื่อ ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ให้เรียงโดยประธานผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ คือผู้ตรวจในสถาบันที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมการทำวิทยานิพนธ์ ในกรณีที่ ใช้ผู้ตรวจนอกสถาบัน 2 ท่าน ให้ท่านที่มีอาวุโสกว่า เป็นประธาน บรรทัดที่ 2 คืออาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ และ บรรทัดที่ 3 คือ อาจารย์ผู้ตรวจนอกสถาบัน

ข้อ 33. เมื่อเลขานุการ อกก.พว. ได้รับวิทยานิพนธ์ตามข้อ 29 แล้ว ให้นำเสนอประธาน อฝส. กุมาร ฯ เซ็นชื่อในวิทยานิพนธ์ เพื่อเก็บไว้ที่ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ส่วน file ข้อมูล ใน Diskette หรือ C.D. ให้รวบรวมเก็บไว้พร้อมทั้งสำเนาส่งสถาบันฝึกอบรมและ website ของราชวิทยาลัยต่อไป

ข้อ 34. ให้ประธาน อฝส. กุมาร ฯ ออกหนังสือรับรองว่า พ.ป. ได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ พร้อมทั้ง diskette หรือ C.D. เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ พ.ป.ใช้เป็นหลักฐานในการขอรับวุฒิบัตร ต่อไป

ข้อ 35. ผู้สมัครสอบสมทบเพื่อ ว.ว. กุมาร ฯ หรือ อ.ว. กุมารฯ ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับแพทย์ประจำบ้านในสถาบันฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน

ข้อ 36. ผู้สมัครสอบเพื่อ อ.ว.กุมารเวชศาสตร์ ซึ่งได้วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขากุมารเวชศาสตร์จากต่างประเทศที่เทียบเท่า ว.ว. กุมาร ฯ อนุโลมให้เสนอผลงานทางวิชาการที่ตีพิมพ์เผยแพร่แล้วอย่างน้อย 1 เรื่อง แทนวิทยานิพนธ์ได้ โดยเสนอให้ อกก.พว. พิจารณา ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน ของปีการศึกษา นั้น

ข้อ 37. ในกรณีที่แพทย์ประจำบ้านทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว และต้องการส่งก่อนกำหนด ให้ติดต่อกับผู้แทนสถาบัน หรือหัวหน้าสถาบันที่ตนสังกัดเพื่อติดต่อกับ เลขานุการ อกก.พว. ดำเนินการต่อไป ถ้าเสร็จก่อนกำหนด 1 ปี จะมีสิทธิ ส่งให้ตรวจพร้อมกับผู้มีสิทธิ์สอบในปีนั้น

ข้อ 38. วิทยานิพนธ์ที่นำเสนอนี้เป็นสิทธิของสถาบันที่ฝึกอบรม แต่อาจนำไปลงพิมพ์หรืออาจนำผลงานจากวิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อปริญญาโท (M.Sc.) ได้ เมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์และหัวหน้าสถาบัน

ข้อ 39. ให้ประธาน อกก.พว. รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2546

(นายแพทย์วิบูล สุนทรพจน์)
ประธาน อกก. พว.

หรือท่านสามารถ download เอกสารฉบับ pdf ได้ที่นี่

ประกาศที่คล้ายกับประกาศนี้: