เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการอบรมแพทย์ประจำบ้านกุมารเวชศาสตร์ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

Q: สมัครกี่คน รับกี่คน
A: ในปีการศึกษา 2559 รพ.พระมงกุฎเกล้าและรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ร่วมฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน จำนวน 12 คน ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น
- แพทย์ประจำบ้าน รพ.พระมงกุฎเกล้า 9 คน (ต้นสังกัดกองทัพบก 2 คน และต้นสังกัดอื่น ๆ หรือทุนอิสระ 7 คน)
- แพทย์ประจำบ้าน รพ.เจริญกรุงฯ 3 คน (ต้นสังกัด หรือทุนอิสระ)
ทั้งนี้การเรียนการสอนและการปฏิบัติงานของทั้ง 12 คน ไม่แตกต่างกัน คือ จะหมุนเวียนปฏิบัติงานที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า และ รพ.เจริญกรุงฯ เหมือนกัน ตลอด 3 ปีของการฝึกอบรม

Q: ถ้าไม่ได้จบพระมงกุฎเกล้า มีโอกาสได้เรียนมั้ย
A: ทุกคนมีโอกาสได้เรียนที่พระมงกุฎเกล้าเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะจบจากสถาบันไหน (ทั้งนี้ไม่รวมคนที่เป็นต้นสังกัดกองทัพบก 2 คน)

Q: คนที่ได้ต้องมีทุนไหม
A: การคัดเลือกแพทย์ประจำบ้านทุกสถาบัน ผู้มีทุนหรือต้นสังกัดจะได้รับการพิจารณาก่อนทุนอิสระ อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกมีเกณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากการมีต้นสังกัด

Q: การคัดเลือกพิจารณาจากอะไร
A: เกณฑ์การคัดเลือกพิจารณาจาก (1) ต้นสังกัดหรือทุนอิสระ (2) คะแนน GPA และคะแนน Pediatrics (3) การสัมภาษณ์ (การทำงานเพื่อส่วนรวม บุคลิกภาพ การใฝ่รู้ ความคิดรวบยอด การตัดสินใจแก้ปัญหา ความรู้ทั่วไป ความสามารถพิเศษรวมทั้งการสื่อสารภาษาอังกฤษ) และ (4) จดหมาย recommendation

Q: ต้องทดสอบภาษาอังกฤษไหม
A: ไม่มีการทดสอบภาษาอังกฤษ แต่อาจให้แนะนำตัวสั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษ

Q: Free train รับกี่คน มีโอกาสไหม
A: รับทุนอิสระได้ทั้งที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า และรพ.เจริญกรุงฯ (ประมาณแห่งละ 2 คน)

Q: ต้องมีเส้นสายไหม
A: ไม่จำเป็นต้องมี เนื่องจากการคัดเลือกพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยใช้คะแนนรวมของคณะกรรมการ (จำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน)

Q: อาจารย์ดุไหม
A: อาจารย์ส่วนใหญ่ใจดี ถ้าดุ ก็ดุด้วยความหวังดีและมีเหตุผลสมควร

Q: อาจารย์สอนเยอะไหม
A: อาจารย์ทุกคนตั้งใจสอน มีการเรียนการสอนทุกวันทั้งในห้องประชุมและการสอนข้างเตียงผู้ป่วย

Q: คนไข้เยอะไหม
A: จำนวนคนไข้พอเหมาะกับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ไม่น้อยหรือมากเกินไป

Q: บรรยากาศการเรียนเป็นอย่างไร
A: บรรยาการอบอุ่นเป็นกันเอง เหมือนบ้านเหมือนครอบครัว เราเรียกบ้านนี้ว่า “บ้านนี้มีรัก”

Q: มีเวลาได้เรียนรู้เยอะไหม หรือทำแต่งาน
A: การเรียนที่พระมงกุฎเกล้า-เจริญกรุงฯ เราเน้นเรื่องวิชาการ ขณะเดียวกันก็ต้องการให้แพทย์ประจำบ้านมีความสุข จึงจัดเวลาให้เหมาะสมทั้งด้านวิชาการและการทำกิจกรรมนอกหลักสูตร

Q: เหนื่อยไหม
A: การเรียนแพทย์ประจำบ้าน งานจะหนักในช่วงปีแรก แต่ก็จะได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย เมื่อขึ้นปี 2 จะสบายขึ้นมาก เนื่องจากมี elective มากมาย ส่วนปี 3 ก็จะเหนื่อยเพิ่มขึ้นในบทบาทของผู้นำทีมของน้องๆ

Q: เวรถี่ไหม
A: ปี 1 อยู่เวรประมาณเดือนละ 9 ครั้ง ปี 2 และ 3 อยู่เวรเดือนละ 5-6 ครั้ง

Q: ถ้าไป elective ควรไปช่วงไหน กี่สัปดาห์ดี
A: ช่วงเวลา Elective จะกำหนดในตาราง rotation แต่ละปี แต่ละช่วงคือ 1 เดือน

Q: คุณภาพชีวิตทั่วไป เรื่องการเดินทาง หอพัก
A: คุณภาพชีวิต ควรสอบถามข้อเท็จจริงจากแพทย์ประจำบ้านปัจจุบัน ส่วนการเดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้า หอพักมีเพียงพอสำหรับแพทย์ประจำบ้าน แต่อาจต้องอยู่รวมกันห้องละหลายคน

Q: เพื่อน/รุ่นพี่ พี่ fellow เป็นอย่างไร
A: เราอยู่แบบเป็นครอบครัวเดียวกัน รักใคร่กลมเกลียว มีปัญหาก็พูดคุยกัน

Q: เงินเดือนเท่าไหร่
A: เงินเดือนข้าราชการหรือเงินเดือนสำหรับทุนอิสระ ไม่แตกต่างจากสถาบันอื่น

Q: เรื่องแต่งตัว ทำไมต้องใส่กระโปรงดำ ใส่ชุดสวยงามไม่ได้
A: การใส่กระโปรงดำหรือสีพื้นเรียบร้อย เป็นวัฒนธรรมของ รพ.พระมงกุฎเกล้า ที่เน้นความเป็น professionalism นอกจากนี้ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาแต่งตัวและประหยัดค่าเสื้อผ้า

Q: รามา ศิริราช จุฬา เปรียบเทียบกับพระมงกุฎเกล้า เป็นอย่างไร
A: แต่ละสถาบันมีจุดเด่นของตนเอง ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ สำหรับพระมงกุฎเกล้า เรามีความภูมิใจในความเป็นหนึ่งทั้งในด้านวิชาการ จริยธรรม ความสามัคคี ความมีวินัย และความเป็นครอบครัวที่อบอุ่นของเรา

ประกาศที่คล้ายกับประกาศนี้:

Share